ไพรินทร์ ปิ๊งไอเดีย แนะรฟม.ทำสถานีสวย รถไฟฟ้าหลากสี  ดึงประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชน คาดปี62ได้รถไฟฟ้าเพิ่มอีก3ขบวน ช่วยแบ่งเบาภาระสายสีน้ำเงิน หลังผู้โดยสารทะลักแห่ใช้วันละ 300,000คน  เมื่อวันที่12ก.พ.ที่สถานีวัดมังกร นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางตรวจเยี่ยมสถานีวัดมังกร

โดยมีนายฤทธิกา สุภารักษ์ รักษาการผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) หน่วยงานที่เกี่ยวของ และสื่อมวลชนร่วมลงพื้นที่ด้วย โดยนายไพรินทร์ กล่าวว่าปัจจุบันการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายมีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างแล้ว 97.69 % พร้อมทั้งมีแผนเปิดให้บริการเป็น 2 ระยะ คือระยะที่1 เปิดเดินรถสายใต้ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ-หลักสอง ในเดือนก.ย.62 และระยะที่2เปิดเดินรถสายเหนือช่วงเตาปูน-ท่าพระ ซึ่งจะทำให้สามารถเปิดให้บริการได้ตลอดสายในเดือนก.พ. 63 และในต้นปี62จะมีขบวนรถใหม่มา 3 ขบวน จาก35ขบวน และจะทยอยมาเพิ่มเรื่อยๆ อีก14ขบวน รวม17ขบวน ภายในปี62  และอีก18ขวนที่เหลือจะมาพร้อมการเดินรถตอนเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี63  จากนั้นจะมีการทดสอบการเดินรถ และจะเริ่มให้บริการในเดือนก.ย.ปีหน้า ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงเตาปูน-หัวลำโพงลงได้มาก จากปกติที่ให้บริการอยู่วันละประมาณ 3 แสนคน

นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานีวัดมังกรได้มีการตกแต่งสถาปัตยกรรมแบบจีนและยุโรปหรือเรียกว่ารูปแบบชิโนโปรตุกีส เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่เป็นย่านชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน โดยได้นำลวดลายมังกรมาเป็นองค์ประกอบหลักในการตกแต่ง ตั้งแต่การใช้ลวดลายส่วนหัวและท้องมังกรมาตกแต่งบริเวณทางลงสถานี เพดาน ชั้นจำหน่ายตั๋วสลับกับลายดอกบัวและลายประแจจีนประดับบนผนังทั้งสองด้านตลอดแนวทางเดินและหัวเสาสถานี เพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับสถานีรถไฟฟ้าสนามไชยและอิสรภาพ ซึ่งตนได้มีการหารือกับรฟม.ว่าอยากให้มีการพัฒนาสถานี รถไฟฟ้าอื่นในอนาคตให้เป็นเชิงสัญลักษณ์ อย่างสถานีวัดมังกร สถานีสนามไชย เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงมีนบุรี-แคราย รถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น  

ด้านนายฤทธิกา กล่าวว่า สำหรับมติบอร์ดรฟม.เมื่อ29ม.ค.ที่ผ่านมาได้เห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน สายเฉลิมรัชมงคล เตาปูน-หัวลำโพง(สายสีน้ำเงิน)ที่ให้บริการในปัจจุบัน ตามกำหนดสัญญา ซึ่งจะมีผลการปรับราคาทันทีในวันที่ 3 ก.ค.นี้ หลังจากที่รฟม.พิจารณา ดัชนีผู้บริโภค(CPI) พบว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นราคาดังกล่าว โดยจะไม่ทำให้ราคาค่าแรกเข้าและเพดานราคาที่กำหนดไว้ในช่วง 14-42 บาทเพิ่มขึ้น สำหรับหลักการขึ้น 1บาท นั้น รฟม.จะทำการขึ้น สถานีที่5 สถานี8 และสถานีที่11 ซึ่งผู้โดยสารที่นั่งจากสถานีต้นทางไปลงสถานีที่5เสียเพิ่ม1บาท แต่ถ้าผู้โดยสารลงสถานีที่6 ก็จะไม่เสียเงินเพิ่ม. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews